Blogs

ประเภท: One day Trip

				2010-12-09 11:51:02 ,แสดงไปแล้ว 		
		
		ครั้ง		
	

รีวิววันนี้ถือเป็นรีวิวที่เร็วที่สุดของผมก็ได้ครับ เพราะพึ่งไปเก็บภาพมาหมาดๆ เมื่อคืนนี้เอง
วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี วันพ่อแห่งชาติ ถือเป็นวันแห่งความสุขของคนไทยทุกๆปี

ปีนี้ถือเป็นปีพิเศษที่มีการย้ายการจัดงานจากสนามหลวงเช่นทุกปีมาที่แม่น้ำเจ้าพระยาตรงระหว่างสะพานพระปิ่นเกล้าจนถึงหน้าศิริราช

เนื่อง ด้วยภาครัฐเองต้องการให้พิธีเฉลิมฉลองในครั้งนี้จัดเพื่อให้ พระองค์ได้ทรงทอดพระเนตรจากโรงพยาบาลศิริราชได้และให้คนไทยทั้งประเทศได้ชม งานเฉลิมฉลองกลางสายน้ำสำคัญของกรุงเทพฯ นี้ด้วย

สำหรับผมแล้วปีนี้ ถือว่ามีโอกาสได้มีส่วนร่วมกับพี่น้องคนไทยจำนวนนับ หมื่นๆคนในบริเวณปิ่นเกล้า ซึ่งปรกติผมจะไม่ได้อยู่กรุงเทพฯครับ ขึ้นเหนือทุกปี ปีนี้เป็นปีแรกที่ได้อยู่

ผมจึงไม่พลาดที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ครั้งนี้ร่วมกันกับงานเฉลิมฉลองของคนไทย

สามารถชมภาพทั้งหมดของที่ไปถ่ายมาได้ครับเข้าไปหน้า gallery ได้เลยที่นี้นะครับ
http://blog.one22.com/pics/onecday/father_day_2010

ไปชมภาพความประทับใจครั้งนี้ในมุมเล็กๆมุมนึงของผมกันครับ

18.00 น.

ผมมาถึงตรงบริเวณสะพานพระรามแปดในขณะที่พยายามเบียดเสียดผู้คนเพื่อขึ้นไปยังบนสะพาน
หลังจากพยายามไหลขึ้นไปจนสำเร็จด้วยปริมาณผู้คนจำนวนมากสุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ครับ
คนมากจนไม่สามารถจะถ่ายอะไรติดได้เลยหลังจากไหลกลับลงมาข้างล่าง ลังเลพักนึง ตัดสินใจว่าไปลุยที่ปิ่นเกล้าครับ

ถึงปิ่นเกล้า คนไมไ่ด้น้อยกว่าเท่าไหร่นัก ลงจากมอเตอร์ไซต์จ่ายค่ารถเสร็จก็ได้ ยินเสียงพลุดังแล้วครับ
ผู้คนต่างร้องตะโกนคำว่า ทรงพระเจริญ ดังกึกก้องไปหมด
ผมฟังแล้วก็ทั้งตื้นตันและขนลุก...ตั้งสติได้บอกตัวเองว่ายังไมไ่ด้ถ่ายอะไรเลยเรา
ต้องเดินท่ามกลางเสียงพลุดังสนั่นทั่วฟ้าผู้คนต่างปรบมือดีใจ กันทั่วหน้า


เดินมาจนถึงถนนหน้าวิทยาลัยนาฎศิลป์ เห็นโคมล่องลอยกันแล้วผู้คนเริ่มจับกลุ่มปล่อยโคมลอยกันแล้ว เลยหยุดตั้งกล้องเก็บภาพมันตรงนี้ล่ะครับ

เสียงยินดีใกล้ๆตัวจากด้านหลังมีหญิงชายตบมือยิ่มแย้มดีใจที่ปล่อยโคมสำเร็จ
ผมหันกลับไปเก็บภาพ พลางนึกในใจไม่มีเวลา set อะไรเลยต้องกดแล้วเรา...

ภาพ หลายๆภาพดัน iso ไปสุดทาง พลางคิดในใจ noise กระจายแน่ๆแต่ยังไงก็ต้องถ่ายแล้วครับ ภาพนอกจาก  noise แล้วยังไหวอีกต่างหากขาตั้งก็ยังไม่ได้ก้างเลย ไม่ทันแล้วครับ

ภาพ ตรงหน้าที่เห็นผ่าน viewfinder คือผู้คนจำนวนมากที่เริ่มปล่อยโคมลอยขึ้นฟ้ากัน หน้าตาทุกคนมีความสุขส่งเสียงปรบมือดีใจ พร้อมกับหลายๆคนที่ยืนลุ้นว่าจะขึ้นได้หรือไม่


ระหว่างที่ลุ้นบางโคมอาจจะไม่ขึ้นบางทีมีจะหล่นใส่หัวคนข้างๆแต่ก็มีคนคอย ช่วยพยุงโคมไว้ ไม่ให้หล่น แถมคนที่จะโดนก็ไม่โกรธกันด้วย... สังคมแห่งการช่วยเหลือเกื้อกูลกันแบบนี้ที่ พ่อคงอยากเห็น

20.17 น.

ผม เดินต่อมาจนข้ามเข้าไปตรงถนนหน้าสะพาน ที่ตอนนี้พี่น้องชาวไทยนั่งบ้างลุกบ้างรอชมโคมชุดใหญ่ที่จะปล่อยหลัง 20.30 น. ทุกคนเฝ้ารอครับ

ผมยังหามุมที่จะวางขาตั้งลงได้ คงต้องตั้งหลักกันตรงนี้แล้วล่ะครับ

หัน ไปคุยกับพี่ทหาร ข้างๆ ถามถึงกำหนดการต่างๆ จึงได้รู้ว่า โคมๆรอบๆตัวพี่ทหารกลุ่มนี้คือโคมสำรองที่รอแจกจ่ายกับประชาชนที่มารอชมอยู่ ตอนนี้

20.30 น.เศษๆ

ไม่ นานเวลาที่รอคอยก็มาถึง สำหรับคนที่อยู่บริเวณสะพานนี้จะไม่ทราบเหตุการณ์ที่เกิดในแม่น้ำแต่อย่างใด ครับ เพราะห่างจากแม่น้ำพอสมควร มีเพียงพี่ทหารกลุ่มนี้ที่เริ่มแจกจ่ายกับประชาชนแล้วใ้ห้ช่วยกันเตรียมจุด โคมกัน

อึด ใจสัญญานการจุดก็มาถึง พลุถูกยิงขึ้นฟ้าเป็นระยะพร้อมเสียงแซ่ซ้องดังไปทั่วว่าทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ดังกึกก้องไปทั่วจริงๆครับ ใครมาอยู่ด้วยกันคงสัมผัสได้ถึงพลังที่ส่งต่อถึงกันได้อย่างดี

ตอนนี้ โคมก็เริ่มลอยจากบนสะพานแล้วครับ เป็นภาพที่แทบชีวิตนี้ไม่รู้จะหาชมได้อีกไหมจริงๆ

ฝูง โคมลอยเบียดเสียดขึ้นไปบนฟ้า ผมไม่รู้จะบรรยายให้เห็นภาพได้ไงนะครับ รู้แต่ว่านิ้วที่กดชัตเตอร์ รัวไม่หยุดเลย กล้องทุกตัวต่างจับจ้องไปบนท้องฟ้า

ข้างๆก็มีเสียงเฮลั่นไปทั่ว เพราะโคมที่ได้รับมาเริ่มทยอยจุดและเริ่มลอยจากตรงหน้าผมนี้เอง

มีน้องๆนักศึกษากลุ่มใหญ่ที่มาร่วมงาน ต่างโห่ร้องปรบมือกับความสำเร็จตรงหน้าที่ร่วมกันจุดโคมให้ลอยขึ้นไปได้

เสียงเฮครั้งแล้วครั้งเล่า ที่ทุกครั้งที่โคมที่ร่วมใจกันจุดลอยขึ้นไป เป็นสาย เห็นแล้วตะลึงจริงๆครับ

ก่อนจะเดินจากจุดนี้ไปต่อจับภาพโคมใกล้ไว้ได้


หลัง เวลาผ่านไปพักใหญ่ๆ ผู้คนสามารถขึ้นสะพานไปได้แล้วทหารเลิกกั้น
ปล่อยให้ประชาชนไหลกันขึ้นสะพานไป ภาพผู้่คนที่หลั่งไหลกันขึ้นไปบนสะพาน
เป็นภาพที่คงหาชมไม่ได้อีกแล้วสำหรับผม
มองไปตามแนวสะพานหาพื้นไม่เจอเลยครับ

ไหล จนมาได้กลางๆสะพานคิดว่า คงต้องปักหลักแล้วครับ ผมเลือกมาทางด้านสะพานพระราม 8 ด้วยอยากเก็บภาพตึกที่ฉายภาพและเก็บภาพเรือที่ยังคงมีอยู่ในแม่น้ำ


ภาพเรือและตึกที่ตอนนี้ยังมีแสงสีลายธงชาติฉายอยู่

เรือจากเจ้าหน้าก็เตรียมพร้อม เผื่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดไว้ด้านล่างสะพาน


เสียดายที่ขึ้นมาไม่ทันนะครับ ตอนนี้กองเรือเริ่มทยอยแล่นกลับแล้ว แต่ก็ยังส่งลำแสงยิงขึ้นฟ้าไปตลอดทาง



และ ผมเองก็ได้เวลากลับแล้วเช่นกัน ภาพความประทับใจครั้งนี้ คงตราอยู่ในใจไปแสนนานครับ กองเรือต่างๆยังคงยิงแสงออกมาให้ผู้คนได้ชื่นชมเป็นการสั่งลา


ก่อนจากกับภาพสะพานพระรามแปดยามค่ำคืนพิเศษอีกภาพครับ


ขอลาทุกๆคนด้วยภาพโคมลอยส่งท้าย กันครับ  ค่ำคืนที่ผ่านมาคนไทยทั้งประเทศคงมีความสุขกันทั่วหน้า 

ขอจบรีวิวแสนประทับใจของผมเอง ที่คงจะเก็บภาพในใจเช่นวันวานนี้ไปอีกแสนนาน ... 

รู้สึก ว่าบุญของชีวิตนี้แล้วที่ได้เกิดมาใต้ร่มพระโพธิสมภาณขององค์พ่อหลวงของเรา 

ขอเป็นประชาชนที่จงรักภักดีกับพ่อหลวงไปตลอดตราบชีวิตจะหาไม่ 

และ อยากจะเห็นรอยแย้มพระสรวลของพระองค์

เช่นวันพ่อปีนี้อีกทุกๆปีตราบนานเท่านาน   

"ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน"

 


				2010-11-04 14:03:41 ,แสดงไปแล้ว 		
		
		ครั้ง		
	

header_korat1

(Entry นี้ในทีแรกอยากเขียนแนะนำให้คนมีโอกาสได้ไปเที่ยวโคราชกันเยอะๆครับ ช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาผมเขียนเก็บไว้เผื่อจะมีประโยชน์กับใครหลายๆคนที่ ชื่นชอบภูเขาและสายน้ำอย่างโคราช แต่ อย่างที่ทราบกันดีครับว่าโคราชคือจังหวัดแรกที่ได้รับผลกระทบจากอุทกกภัย ครั้งล่าสุด พี่น้องคนไทยได้รับผลกระทบครั้งนี้มากมายจนตอนนี้ล่าสุดลงไปถึงภาคใต้กัน แล้ว

แต่ ด้วยเจตนาที่ผมคิดว่าทุกอย่างย่อมมีทางออกในไม่ช้าฟ้าหลังฝนต้องงดงามจึงคิด ว่าบทความนี้ในวันที่น้ำลด ในวันที่โคราชกลับมาเป็นดั่งเดิม เจตนาของผมที่ตั้งไว้แต่แรกคงจะช่วยให้เราๆทุกคนกลับไป อุดหนุนพี่น้องคนไทยด้วยกันอีกครั้งครับ ขออุทิศบทความนี้ให้กับพี่น้องและชาวไทยทุกคนที่ได้รับผลจากอุทกกระภัยน้ำ ท่อมครั้งนี้ให้ปลอดภัยทุกคนนะครับ )

One22 อยากพาคุณๆมาพบกับ ตอนพิเศษที่ตั้งใจไว้ว่าจะทำมานานพอสมควรแล้วครับ
เป็นตอนรวมทริบของ One22 เอง ที่ไปเที่ยวมาในช่วง 2 ปีนี้กับย่านเขาใหญ่ โคราช
เพราะคิดว่าน่าจะได้ประโยชน์กับใครหลายๆคน ที่ติดตามกันมานานแล้ว
ที่สำคัญ สำหรับเดือนกันยายน-ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นเดือนแห่งขุนเขาและสายฝนแสนชุ่มช่ำกันทั้งเดือน
ในช่วงฤดูนี้ จึงเหมาะสมกับการเที่ยวภูเขามากกว่าทะเล

ทำให้รีวิวในเดือนกันยายนที่ผ่านมา
กลายเป็นการแนะนำ ที่เที่ยว ที่กิน ที่พัก ที่โคราชทั้งหมดครับ

ภาพทั้งหมดหนนี้เยอะมากเป็นพิเศษนะครับ เพราะแยกแต่ละทีไว้ด้วยตามชมทั้งหมดได้ที่นี้ครับ
http://blog.one22.com/pics/one-day-trips/korat_trip1

อย่างที่บอกครับ ทุกที่ๆนำมาเล่า
ผมมีโอกาสไปมาตลอด 2 ปีโดยแยกเป็น ที่เที่ยว ที่กิน ที่พัก ตาม concept ของ blog นี้ให้ได้อ่านกัน
จะมีซ้ำกับที่แนะนำไปแล้วบ้าง แต่ก็มีที่เก็บไว้ยังไมไ่ด้ได้เล่าด้วย เอาว่าน่าจะช่วยให้คุณๆหลายคนได้ประโยชน์กันบ้างล่ะน่า

เริ่มกันที่ที่เที่ยวกันก่อนนะครับ  บอกกันก่อนครับที่เที่ยวผมส่วนใหญ่จะนำพาไปเรื่องที่กินด้วย

Handneramitr

ร้านน่าแวะแห่งแรก กับร้านฮิพๆน่าแวะช้อปฯกันอีกที่และผมพึ่งแนะนำกันไปหมาดๆไม่นานนี้ กับ "Handneramitr"    อ่านรีวิวแฮนด์เนรมิตกันได้ที่นี้ครับ

ร้านขายของฝากที่ระลึกของย่านปากช่องร้านที่ไม่ใหญ่โตใดๆแต่รวมของกิ๊บเก๋ไว้มากมาย จนได้ลงหนังสือแนะนำท่องเที่ยวไปบ้างแล้ว

ร้านเล็กๆแห่งนี้เริ่มที่คนหนุ่มคนหนึ่งอย่าง คุณก้อง ที่หนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่กลับไปทำตามฝันของตัวที่บ้านเกิด

ร้านแฮนด์เนรมิตนี้ มีของขายหลายย่างตั้งแต่ เสื้อยืด, พวงกุญแจ,เข็มกลัด,สมุดบันทึก,กล่องไม้ขีด,จิปาถะรวมถึงเครื่องดื่มชา กาแฟ
เป้าหมายของร้านเล็กๆแห่งนี้อยากให้คนหันกลับมาพัฒนาย่านปากช่องให้คนรู้จักให้ได้ ตัวร้านอาจจะหายากหน่อยนะครับ


แผนที่จาก handneramitr  กดที่รูปดูขยายนะครับเข้าไปดูรายละเอียดเรื่องราวทั้งหมดได้ที่นี้  http://handneramitr.multiply.com/

----------------------------------------------------------------------------------------------------

บ้านไม้ชายน้ำ

เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น เบอร์ติดต่อ 0-4431-4236,08-1660-2826

มาทางย่านปากช่องต้องไม่พลาดร้านอาหารดังย่านนี้ อย่าง "บ้านไม้ชายน้ำ"

ร้านอาหารชื่อดังที่ถ้ามากันช่วงหยุดยาวๆล่ะก็หมดสิทธิ์เข้าร้านกันเลย

เพราะเด็กโบกรถของร้านจะบอกคุณทันทีที่เข้าไปว่า "พี่ครับโต๊ะเต็มแล้วครับ เข้าไปอาจจะต้องรอคิวนานมากนะครับ"

ฟังแบบนี้ก็ต้องเลี้ยวรถกันออกล่ะครับ

ผมเองก็ต้องกลับไปวันหยุดธรรมดาถึงจะมีโอกาสได้เข้าไปลิ้มรสอาหารครับ แต่ก็ไม่ผิดหวังเลย รสชาติของอาหารถือว่าสมคำร่ำลือ

ทั้งแกงป่าลูกชิ้นปลากราย ที่รสชาติแซ่บอย่าบอกใคร

เห็ดหอมผัดพริกไทยดำที่อร่อยสุดๆ

รวมถึงเมนูอื่นๆอีกมากมายที่ผมเองสั่งมาลิ้มลองได้ไหมหมด เรีกยว่าชื่อเสียงร้านนี้ที่ได้มา ไม่ใช่คำคุยครับ

ผมยืนยันได้ทั้งอาหารและบรรยากาศที่อยากให้คุณๆได้ลองไปสัมผัสกันดูครับ

ที่สำคัญร้านนี้มีการตกแต่งในสไตล์ retro ย้อนยุคของไทยๆเรา

ประดับประดาไปด้วยสินค้ามากมายที่ทำให้ใครหลายๆคนนึกไปถึง วัยเด็กของตัวเองแน่ๆ

แต่อย่างที่บอกไป จะไปต้องเผื่อเวลาเยอะๆหน่อยนะครับไม่งั้นจะหงุดหงิดแน่ๆเลย

mapของร้านนะครับ ได้จาก เว็บไซต์ของร้านอีกเช่นกัน ตามชมรายละเอียดกันได้ที่ www.banmaichaynam.com/

----------------------------------------------------------------------------------------------------

Primo Posto

เปิดให้บริการในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ (Long Weekend)
วันศุกร์ เปิดให้บริการเวลา 09.00-21.00 น. วันเสาร์ เปิดให้บริการเวลา 09.00-21.00 น. วันอาทิตย์ เปิดให้บริการเวลา 09.00-18.00 น.
(ถ้าวันจันทร์เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะปิดให้บริการเวลา 21.00 น.)

วันหยุดนักขัตฤกษ์ ติดกับวันศุกร์ เปิดให้บริการเวลา 09.00-21.00 น
ติดกับวันอาทิตย์ เปิดให้บริการเวลา 09.00-18.00 น.

ไปกันต่อกับที่เที่ยวสุดฮิบและฮิตติดลมบนกันแล้วมานานหลายปีอย่าง "Primo Posto" ครับ กดอ่านรีวิวprimo postoได้ที่นี้ครับ

ชื่อนี้มีดีที่เสน่ห์ของสถานที่และการตกแต่ง การสร้างอาคารสไตล์ชนบทอิตาลีโบราณ โดดเด่นด้วยสีสันจากอาคารปูนหยาบๆทาทับด้วยสีเข้มๆตัดกันไปมา

ทั้งดูเด่น และสวยแปลกตามากมาย ชวนตกหลุมรักสถานที่นี้กันได้ไม่ยากเลยครับ

แม้แรกจะหาทางไปกันลำบากเพราะไม่ได้อยู่ติดริมถนนธนรัชต์ เหมือนหลายๆที่แต่สุดท้ายด้วยมนต์เสน่ห์แห่งสถาปัตยกรรมที่แตกต่าง

และขุนเขากับไร่องุ่นแสนสวย ที่วางตัดอยู่ด้านหลังทำให้อาคารแห่งนี้ เด่นจนหัวกระไดบ้านไม่แห้งเลยทีเดียว

แม้จะเปิดเพียงแค่ วันหยุดและวันหยุดนขตฤกษ์ คนก็ยังไปเข้าคิวซื้อบัตรเข้าไปชิมและชมบรรยากาศร้านอาหาร ไวน์และไอศครีมแห่งขุนเขาแห่งนี้ตลอดมาครับ

แม้แต่การถ่าย prewedding สำหรับที่นี้ก็ถูกใช้รับรองคู่วิวาห์มาก็หลายสิบหรือเป็นร้อยคู่แล้วก็เป็นได้ครับ

แผนที่จากเว็บไซต์ primoครับ  มีบอกร้านและที่เที่ยวอื่นๆใกล้ๆกันไว้ด้วยนะครับ เว็บไซต์ครับ www.primo-posto.net/

----------------------------------------------------------------------------------------------------

Palio New walking street shopping center

เปิดบริการทุกวันครับ :วันอาทิตย์ ถึง วันจันทร์ เปิดให้บริการเวลา 10.00 - 20.00 น. วันศุกร์ วันเสาร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดให้บริการเวลา 10.00 - 22.00 น.

ต่อกันด้วยถือเป็นฝาแฝดกันกับ Primo ครับเพราะแม้จะเกิดทีหลังเค้า
แต่ก็เกิดมาแบบผู้มีอันจะกินจริงๆ เรียกว่าเกิดมาบนกองเงินกองทองก็ว่าได้กับ "Palio"

สไตล์การตกแต่งเหมือนถอดแบบเดียวกันทุกอย่างแต่ยิ่งใหญ่กว่าด้วยทั้งขนาดของสถานที่และำทำเลครับ
ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ติดริมถนนธนรัชต์ เส้นที่มุ่งหน้าไปเขาใหญ่นั้นละครับ อยู่ติดชิดริมจุลดิศเขาใหญ่เลย


อย่างที่บอกครับแม้จะเกิดที่หลัง Primo แต่ก็เปรี้ยงป้างน่าดู

กับพื้นที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นแหล่งรวมสินค้าแนวๆ ของกระจุกกระจิกจากชิ้นเล็กไปจนถึงของตกแต่งบ้านเก๋ หลากสไตล์

รวมทั้งร้านขายสินค้าหลายประเภท เช่น ของแต่งบ้าน เสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องประดับ งาน Design ต่าง ๆ ภายใต้ Concept และของกินมากมาย รวมอยู่ในที่เดียวกัน ที่ตกแต่งเป็นเมืองอิตาลีเมืองหนึ่งได้เลยครับ

ผมแวะไปตั้งแต่เพิ่งเปิดใหม่ๆขนาดสถานที่ยังสร้างกันไม่เสร็จดีคนก็แวะอุดหนุนกันอุ่นหนาฝาคั่งเลยทีเดียว


ร้านรวงมากมายที่แข่งกันตกแต่งร้านของตัวเองให้น่าสนใจมากที่สุดเพราะ
นอกจากสินค้าแล้วตัวสถานที่ก็เป็นจุดขายที่คนต้องแวะมาถ่ายภาพ เดินเล่นกันเสียมากครับ

ความแปลกและแตกต่างแบบนี้ล่ะครับทำให้ที่นี้ฮิตติดลมบนในเวลาอันรวดเร็ว แล้วครับ จำได้ว่าตอนแวะไปครั้งที่ 2 ช่วงบ่ายๆแทบหาที่จอดรถไม่ได้เลยครับแนะนำว่าถ้าใครจะไปเดินถ่ายรูปกันละก็ ช่วงสายๆเป็นดีที่สุดนะครับ

map ของ palio ครับจากเว็บไซต์ของที่นี้และก็เผื่อแผ่ไปถึงที่เที่ยวแทบทั้งหมดที่ผมเอามาฝากกันด้วยขอบคุณ palio ครับ http://www.palio-khaoyai.com/

----------------------------------------------------------------------------------------------------

ครัวเขาใหญ่

เปิดเวลา:09.00-20.00 น. ในวันธรรมดา , 09.00-22.00 น. ในวันเสาร์และอาทิตย์ เบอร์โทรศัพท์ :044-297-138

มาถึงย่านนี้แวะไปที่กินกันบ้างครับ ที่กินย่านเขาใหญ่เยอะแยะจริงๆ มีอาหารหลายแบบมากครับ ทั้งอเมริกัน,อาหารไทย, เม็กซิกัน, อีสานบ้านเฮา เยอะแยะไปหมดครับ ผมขอเลือกที่ตัวเองอยากไปเก็บภาพและน่าแวะเที่ยวแวะชิมด้วยคือได้กินทั้ง บรรยากาศและอาหารไปพร้อมๆกันครับ

เริ่มกันที่ "ร้านครัวเขาใหญ่ " ครับ ร้านนี้การตกแต่งแสนจะธรรมดาเรียบๆไม่ได้สวยเก๋สู้ร้านย่านเดียวกันไม่ได้เลยแต่จุดขายของร้านอยู่ที่อาหารไทยและอีสาน

แต่ด้วยรสชาติและเสียงร่ำลือเรื่องอาหารทำให้ร้านนี้ แน่นทุกๆเสาร์-อาทิตย์ที่แวะไปกันเลยบางครั้งต้องยืนรอเก็บโต๊ะกันยังมี

ถ้าคุณๆขับรถผ่านจะเห็นแถวๆหน้าร้านจะอุดมไปด้วยรถยนต์มากมายจองเรียงรายกันอยู่หน้าร้าน

ที่สำคัญเพราะความดังของร้านทำให้เกิดทำเลค้าขาย กับชาวบ้านรอบๆที่นำสินค้ามาวางขายแถวๆร้านเกิดรายได้กับชาวบ้านย่านนี้เป็น อย่างดีครับ
ไก่ทอดนี้ก็มาจากหน้าร้านเค้าเลยอร่อยมากๆครับ

อาหารที่ถือว่าใครมาไม่สั่งถือว่ามาไม่ถึงครับกับเมนู แฮมทอด ทั้งแบบสันนอกและสันใน ที่เค้าทำยังไงไม่รู้ให้เนื้อติดซี่โครงนี้หอมและรสชาติดีจริงๆ กินแล้วก็อยากกินต่ออีก

หรืออย่างส้มตำทอดรสชาติแซ่บอีหลีจริงๆ กินแกล้มกับผักสดอร่อยอย่าบอกใคร

อาหารที่นี้เน้นรสชาติจัดจ้านถูกปากคนไทยเป็นอย่างดี  ผมไปที่ไรสั่งเป็นคู่กินกับแฮมตลอดเลยครับ หลายๆคนเลยหิ้วกลับบ้านเป็นกิโลยังมี

แกงป่าที่นี้ก็อร่อยมากครับ เสียดายไมไ่ด้ถ่ายภาพเก็บไว้มาทีไร ประสานช้อนกันในชามทุกทีสิน่า ^_^


ผมพยายามหาแผนที่ของที่นี้แต่เพราะร้านยังไม่มีเว็บไซต์  ค้นไปค้นมาจนเจอ ที่อาหมู (xebec) จากห้อง blueplanet ได้ทำไว้ให้
และแชร์ให้ได้ดูกันแถมยังมีร้านอาหารเด่นๆแทบทั้งหมดตั้งแต่มวกเหล็กจนถึง เขาใหญ่ไว้ด้วย ผมขออนุญาตินำมาลงไว้นะครับ  จากกระทู้นี้นะครับ
http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2008/11/D7208075/D7208075.html

----------------------------------------------------------------------------------------------------

Terano Restuarant

เปิดทุกวัน เวลา 10.00-21.00 น. เบอร์ติดต่อ 0837735500

ร้านต่อมาครับบอกตามตรงอยู่ไม่ไกลจากprimoครับร้านอยูบนถนนเส้นเดียวกัน ร้าน "Terano" เป็นร้านบรรยากาศดีอีกร้านทั้งทำเลที่ตั้ง วิวภูเขาสวยๆด้านหลังร้าน

แถมด้วยอาหารร้านอาหารที่เน้นขายอาหารสไตล์อิตาลีอีกแห่ง จะว่าไปสงสัยยุโรปกับเขาใหญ่คงมีอะไรคล้ายๆกันเยอะอยู่จึงมีร้านรวงมาเปิด ตกแต่งไว้มากมาย

ร้านสีขาวสีนวลตา ตัดกับปูนสีสดดูเด่นยิ่งถ้าเราเข้าไปในร้านด้วยแล้วเป็นร้านอาหารตกแต่งสไตล์อิตาลีที่ดูดีมาก

วิวภูเขาด้านหลังเหมาะกับการมานั่งชมบรรยากาศจิบเครื่องดื่ม ชา กาแฟดีๆได้เลย หรือถ้ามาตอนกลางวันสั่งพาสต้าหรือสปาเก็ตตี้หน้าต่างๆ พร้อมจิบไวน์ไปด้วยก็ไมเลวทีเดียว

ราคาไม่ถูกนักแต่แลกกันกับบรรยากาศสวยการตกแต่งดีๆซักมื้อก็ไม่เลวครับ

ผมเองตอนไปไมไ่ด้สั่งอาหารทานเพราะกินมาอิ่มต็มคราบจากครัวเขาใหญ่แล้ว จึงสั่งแต่เครื่องดื่มนั่งเสพวิว แสนชิวแทน นับเป็นอีกร้านที่น่ามาลองกันครับ
map ของที่นี้เลื่อนขึ้นไปดูได้จาก palio ที่ใจดีลงไว้ให้ด้วยเช่นกันครับ

----------------------------------------------------------------------------------------------------

Khaoyaiwinery & PB Valley

เปิดบริการ อาทิตย์ – พฤหัสบดี  : 10.00 - 20.00 hrs. ศุกร์ – เสาร์ และช่วงวันหยุดยาว : 10.00 - 22.00 hrs. เบอร์ติดต่อ 0-3622-6415-7

ตามมาอีกที่ด้วยเป็นทั้งไร่องุ่นและร้านอาหารน่าแวะอีกแห่งของโคราชเค้าเลยครับ กับ "PB Valley"

ไร่แห่งนี้มีดีที่ไร่องุ่นและไวน์รสเลิศอยู่บนที่ดินเขาใหญ่นับพันไร่

ที่ถ้าคุณมาเที่ยวย่านนี้บ่อยๆจะเห็นหลายๆรีสอร์ทมีไวน์ของที่นี้เสริฟ ด้วย ชื่อเสียงของทีนี้จึงนำผมมาแวะเที่ยว

เส้นทางที่มาก็ต่อเนื่องกับ Terano นั้นเองครับขับต่อมาอีกพักใหญ่ก็จะเจอป้ายบอกทางมาไร่ครับ

จุดเด่นของ pb นอกจากไร่องุ่นและไวน์แล้วยังมีร้านอาหารบรรยากาศดีน่านั่งยังมีอาหารทั้งไทยและเทศแบบนานานาชาติให้ได้ลิ้มลองกัน

มีกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมฟาร์มและไร่ได้จนได้รับรางวัล Tourism Awards 2008 ประเภทแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรดีเด่น
โครงการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยทีเดียว และถ้าติดใจกันจริงๆยังมีที่พักวิวงามๆให้ได้ลองเป็นชาวไร่กันด้วย

ที่พักที่นี้ก็เก๋เหลือกำลังทั้งสไตล์และการดูแล ผมเองมีโอกาสแวะไปไม่มากนักที่ติดใจคือที่พักครับ
บ้านที่นี้มีอยู่สองแบบแบที่ผมได้เก็บภาพมาฝากกันเรียกว่า "The Great Hornbill Nest"


ความเก๋ของบ้านพักนี้เท่จริงๆกับบ้านทรงโดมสีขาวคล้ายกระโจม อินเดียนเเดง ตัดกับไร่สีเขียวสวยดีทีเดียวครับ
อยู่ท่ามกลางไร่องุ่นและสวนเกษตรของทางไร่ บรรยากาศหน้าหนาวน่าจะดีครับ ใครไปพักมาแชร์ให้กันดูน่าจะดีครับ

map จากเว็บไซต์ของ pbvalley นะครับคลิกที่ภาพเพื่อดูชัดๆได้เลยครับ  www.khaoyaiwinery.com/

----------------------------------------------------------------------------------------------------

Granmonte estate & Vincotto

เปิดทุกวัน เวลา 11.00-20.00 น.เบอร์ติดต่อ 036227334,036227335,0819008282

และร้านสุดท้ายที่ผมอยากแนะนำให้ได้รู้จักกันคือ ร้าน "Vincotto Restaurant" เป็นร้านอาหารบรรยากาศดีเป็นส่วนนึงของ ไร่องุ่น "Granmonte"

อยู่บนเส้นทางเดียวกันที่เข้าไปในเขาใหญ่ เช่นกัน วิ่งเส้นทางเข้าจากถนนธนรัตช์ เช่นเดียวกันได้ครับ

ไร่องุ่นแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันดีมาช้านานไม่แพ้ PB Valley เช่นกันที่ผมติดใจจริงๆก็คื่อร้านอาหารสไตล์ Home cooking

ที่นี่เน้นอาหารสไตล์ยุโรบอย่าง Vincotto ที่มีทั้งไวน์ และอาหารฝรั่งหลากหลายให้เราได้ชิมกัน

ตอนเข้าไปผมเลือกจะชิมน้ำองุ่นรสดีและ

ของหวาน ติดใจมากครับ รสชาติเค้าดีจริงๆ


เสียดายไม่ได้สั่งอาหารมาลองดูเห็นเค้าแนะนำสปาเก็ตตี้รสชาติดี และผมก็อิ่มจากร้านก่อนหน้าแล้วเลยอดชิมไป

เข้ามาในร้านก็ต้องติดใจกับบรรยากาศที่นี้ที่ร่มรื่นดีทีเดียว ภายในร้าน ตกแต่งสีสันสดใสดูสบายๆน่านั่งด้วยแล้ว สาวๆน่าจะชอบได้ไม่อยาก

ส่วนที่ผมติดใจจริงๆจะเป็นตรง ริมสระบัว บรรยากาศชิวเหลือเกินเลยจริงๆ บรรยากาศในไร่ก็ดี กับทิวไร่องุ่นสุดสายตาดูกว้างขวาง มีจุดให้เราเก็บภาพได้หลายมุมทีเดียว

รวมถึงร้านขายของที่ระลึกอย่าง "Montino" ที่นำผลิตภัณฑ์ของไร่มาจำหน่ายครับ
ใครอยากลองไปสัมผัสไม่ยากเช่นกัน

สำหรับ map ได้มาจาก เว็บไซต์เช่นกันครับ www.granmonte.com/

----------------------------------------------------------------------------------------------------

outlet village khao yai

ปิดท้ายด้วยแหล่งช้อปปิ้งแหล่งใหญ่ที่อยู่คู่เขาใหญ่และโคราชมานานแล้ว เรียกว่าถ้าคุณเพลิดเพลินกับอาหารรสเลิศ และพักผ่อนในรีสอร์ทจนประทับใจกันแล้ว
ขากลับถ้าตังเหลือคงต้องแวะมาละลายทรัพย์ก่อนกลับกันที่นี้ "outlet village khao yai"


ถือเป็นแหล่งช้อปปิ้งแหล่งใหญ่
ที่รวมสินค้าแฟชั่นมากมายที่สุดแห่งนึงของโคราชไว้ที่นี้ครับ

สิ่งที่เด่นก็ตรงสีสันของอาคารทุกหลังที่สดใสจริงๆ ดูยังไงก็เด่นสะดุดตาครับ

ส่วนใหญ่คนที่แวะไปมักจะเป็นตอนขากลับเพราะตัว outlet เองตั้งอยู่ฝั่งด้านขากลับเข้ากรุงเทพฯ
เวลาขับรถผ่านคนส่วนใหญ่ก็ต้องแวะเที่ยวแวะช้อปปิ้งกันก่อนกลับทั้งนั้น
ผมเองแวะแทบทุกครั้งแต่ก็ไม่ค่อยได้ซื้ออะไรเท่าไหร่ครับ เพราะตังหมดก่อนทุกทีสิน่า

เส้นทางการเดินทางไม่ยากเลยครับติดชิดถนนเส้นหลักขากลับดูกันได้ที่เว็บไซต์ครับ http://outletmallthailand.com/dt_khaoyai/khaoyai_outlet.html

เป็นยังไงบ้างครับ สำหรับตอนแรกนี้ที่แนะนำร้านค้าและที่เที่ยวกันก่อน
ยังมีอีกหลายสถานที่ที่ไปมาแล้วเก็บมาฝากกันหวังว่าน่าจะช่วยให้คุณๆท่องเที่ยวย่านฮิตอย่างโคราชกันได้บ้าง
อาจจะไม่ครบครันทั้งหมดเพราะผมเน้นที่ๆตัวเองไปสัมผัสมาแล้วจริงๆ เท่านั้น
ยังมีที่แวะเที่ยวแวะกินอีกมากเหลือเกินสำหรับย่านโคราชที่ยังรอให้เราๆไปสัมผัสกันเป็นไปได้จะตามไปเก็บมาเล่ากันอีกแน่นอนครับ
ตอนหน้าจะเน้นไปเป็นที่พักกันบ้างครับยังไงไม่นานนี้นะครับโปรดติดตามตอน 2 ได้ครับ

ขอปิดท้ายที่เบอร์ติดต่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยภิบัติจากน้ำ ท่วมนะครับ ตอนนี้ถึงแม้จะมีบางพื้นที่ๆคลี่คลายไปบ้างแล้วแต่ ก็ยังต้องการความช่วยเหลืออยู่ดีครับ ติดต่อได้ตามนี้เลยนะครับ

เบอร์โทรศัพท์ติดต่อสอบถาม ประสานงานเหตุอุทกภัย

- ศูนย์กลางช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ติดต่อ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โทร 1784

- ประชาชนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ต้องการความช่วยเหลือเรื่องน้ำท่วม โทร.1555 และ 0 2248 5115 ตลอด 24 ชั่วโมง

- ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกัน และแก้ไขปัญหาอุทกภัย จ.นครราชสีมา โทร 044-342-652 ถึง 4 และ 044-342-570 ถึง 7

- ประสานงานด้านการแพทย์ฉุกเฉิน หรืออุบัติเหตุ โทรฟรี 1669 หรือ 02-591-9769 ตลอด 24 ชั่วโมง

- สอบถามเส้นทางรถไฟ และเวลาเดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร 1690

- สอบถามสภาพอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา โทร 02-398-9830

- กฟภ.ตั้งศูนย์ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 นครราชสีมา โทร.044214334-5 หรือ CallCenter1129

- สอบถามน้ำท่วม ถ.มิตรภาพ ที่แขวงการทางต่าง ๆ ได้ที่โทร 044-242047 ต่อ 21, 044-212200, 037-211098, 036-461422, 036-211105 ต่อ 24

ขอบคุณเว็บไซต์ข่าวจาก  www.truelife.com สามารถตามอ่านข่าวความคืบหน้าน้ำท่วมจุดต่างๆได้ ที่นี้นะครับ

http://newsreport.truelife.com/blog2/entry/20850


				2010-09-23 11:09:44 ,แสดงไปแล้ว 		
		
		ครั้ง		
	

header_handneramitr

คนๆนึงจะทำฝันของตัวเองให้เป็นจริงได้ นั้นคนๆนั้นจะใช้เวลาแค่ไหนน้อ...

คำถามนี้ผุดขึ้นในหัวผมอีกครั้ง ตอนได้เจอผู้ชายคนหนึ่ง...แถวๆปากช่ิอง

ที่ร้านขายของที่ระลึกในห้องแถว 2 ชั้นเล็กๆ "ร้าน แฮนด์เนรมิต"

ร้านที่ถ้าใครไม่รู้แล้วเดินผ่าน คงอดเหลียวหลังกลับมามองอีกทีไม่ได้

เพราะดูแตกต่างจากบรรยากาศร้านรวงรอบๆ

เรื่องราววันนี้ต่อเนื่องจากตอนที่แล้ว ที่เข้าพักที่ "หอมหมื่นลี้รีสอร์ท"

http://1twenty2.truelife.com/blog2/entry/16134

ก่อนกลับมีโอกาสมาแวะเที่ยวปากช่องเพราะร้านนี้ละครับ  ร้านที่ใครหลายคน น่าจะยังไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

เอาร้านเล็กๆกับความฝันของชายหนุ่มรูปร่างสันทัด ที่วันนี้...ก่อร่างสร้างฝันของตัวเองให้เป็นจริงได้สำเร็จ

ชมภาพทั้งหมดได้ที่นี้ครับ กับGallery อัลบั้มที่ 77 คลิกที่ link ด้านล่างได้เลยครับ
http://blog.one22.com/pics/one-day-trips/gallery_handneramitr

ผมรู้จัก "Handneramitr" มาร่วมปีเศษ จากการหาที่เที่ยวแถวๆโคราชแล้ว มาเจอที่นี้เข้า

ได้เ้ข้าไปอ่านเรื่องราวความเป็นมาของร้านนี้ แล้วก็สนใจ

ยิ่งสนใจก็ยิ่งอยากไป ทั้งด้วยสินค้าของร้านและที่มาของร้านก็ด้วย...

มาที่นี้ครั้งแรกเมื่อตอนต้นปี ตอนมาเที่ยวปีใหม่ เลยถือโอกาสแวะเข้ามาปากช่องเพื่อตามหาร้านนี้

ไม่ง่ายเลยกับการหาที่นี้ วนไปมาอยู่หลายรอบ แม้จะเลยป้ายด้านซ้ายมือ ที่บอกประตูสู่อีสานมาไม่ไกลก็ตาม

จนสุดท้ายต้องลงเดิน เพราะขับรถหาในซอกซอย แล้วคงไม่รอด...

สุดท้ายก็เจอครับ เป็นร้านเล็กๆขนาดหนึ่งคูหา แทรกตัวอยู่ในตึกแถว

เดินเข้าไปก็พบคนกลุ่มใหญ่ๆกำลังเลือกซื้อสินค้ากันอยู่

ดูรอบๆแล้วก็ไม่น่าเชื่อนะครับ ว่าร้านเล็กๆแบบนี้จะมีคนแวะมาได้แน่นดีทีเดียว

...นี่ล่ะพลังของ internet...จริงๆ

หลังจากเข้าไป ผมชอบการตกแต่งร้านนี้ครับ Style Retro พิมพ์นิยมของยุคนี้ ดูเข้ากันดีกับรอบๆที่เป็นตึกแถวไม้ 2 ชั้น

ในร้านเต็มไปด้วยข้าวของน่าซื้อหลากหลายอย่าง...

มีทั้ง พวงกุญแจ , เสื้อยืด , สมุดโน็ต, ผ้าพันคอ,กระเป๋า , เข็มกลัด ฯลฯ

อีกหลายๆอย่างที่น่าจะมาจากไอเดียทำเองขายเองของ เจ้าของร้าน

"ก้อง" ผู้ชายร่างสันทัด ที่อยู่หน้า Counter คอยตอบคำถามความต้องการของแขกที่แวะเวียนมาอยู่เนืองๆ

ครั้งแรกที่เจอกันท่าทีแกดูยังไม่ชินกับการเป็นพ่อค้านัก

ทุกครั้งที่ถามอันไหนแล้วงงๆกัน แกก็จะยิ้มโชว์ฟันขาวเลย ดูแล้วก็ขำๆกันดีทั้งคนซื้อคนขาย

หลังจากได้คุยกันทำให้ผมรู้ว่า กว่าแกจะมาเปิดร้านนี้ได้ ก็เป็นเช่นเราๆท่านๆทั่วไป

เป็นพนักงานกินเงินเดือนธรรมดาคนหนึ่ง

รักการท่องเที่ยวมีกลุ่มท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวบ่อยๆ

บางครั้งก็ออนทริบการกุศลช่วยเหลือนู้นนี้นั้นบ้าง เที่ยวเยอะๆแกเลยชักอยากหยุดอยู่ไหนสักที่นานๆ

หลังทำงานมาได้พักใหญ่ๆคุณก้องก็ลาออกมาทำตามฝันของเค้า นั้นคือกลับมาบ้าน หลังจากเข้ามาไขว่ขว้าหาอนาคตในเมืองใหญ่ อยู่นานถึง 11 ปี
และเริ่มต้นทำสิ่งที่ฝันไว้และปรับปรุงจนมาเป็น ร้านนี้ได้

หลังคุยกันครั้งนั้น จนผมกลับมากรุงเทพฯ กลับเข้าไปค้นๆดูใน เว็บของที่นี้ชอบคำบรรยายของคุณก้องที่ว่า

" ตัดสินใจลาออกจากงานที่ต้องทํา มาลงมือทําสิ่งที่อยากทําด้วยความคิดที่ว่า ถ้าไม่แก่ตาย เรื่องที่ไม่ได้ทำแล้วจะเสียดายมีเรื่องไหนบ้าง "

ประโยคนี้โดนใจครับ หลายๆคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือน คงเคยคิดอะไรคล้ายๆแบบนี้มาบ้าง มากบ้างน้อยบ้าง

เบื่อๆก็คิดถึง ทำนู้นนี้นั้นเยอะๆจนวุ่นก็ลืมสิ่งที่คิดที่ฝันของตัวเองไว้ แต่สุดท้ายคิดไม่สำคัญที่ได้ลงมือทำอยู่ดีครับ

กลับมาที่คุณก้องต่อครับ รีวิววันนี้ไม่เน้นเนื้อหาที่อิงที่สินค้าหรือรูปเท่าไหร่

นั่งคุยกันได้พักใหญ่ๆทำให้ผมพอเดาๆวิธีคิดของเค้าได้บ้าง

ก้องค่อยๆเริ่มจากเล็กไปใหญ่ เน้นว่าทุกอย่างในร้าน ต้องพยายามสร้างด้วยตัวเองให้ได้มากที่สุด

อยากให้ร้านเป็นร้านขายของที่ระลึก ที่คนรุ่นหนุ่มสาวสามารถแวะเวียน มาเยี่ยมชมได้

เรียกว่าคิดถึงกันก็แวะมา(แต่ถ้าซื้อ ของเค้ากลับไปคนทำก็คงยินดี 55) ได้อะไรติดไม่ติดมือกลับไปบ้าง

ผมชอบวิธีการทำธุรกิจแบบนี้อย่างนึงครับ เรียกว่าดำเนินรอยตามคำสอน พ่อหลวงของเราเป๊ะๆ

จะด้วยตั้งใจหรือเพราะทุนทรัพย์ จำกัดก็ตามแต่อย่างนึงคือ ได้ลงมือทำ ให้ทันตามความคิดแล้วนั้นเอง

ประเด็น เล็กใหญ่ไม่สำคัญ อยู่ที่เรา "ลงแฮนด์ก่องหมดแฮง" ดั่งสโลแกนเก๋ๆที่แกว่าไว้นั้นละครับ

การมาปากช่องทั้ง 2 ครั้งหลังสุดของผมจึงอดแวะเวียนมาทักทายที่นี้ไม่ได้

ตั้งใจว่ามีโอกาสแวะเวียนไปอีก จะแวะไปอุดหนุน ถ่ายภาพมาฝาก และได้พูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติกันอีก

ผมเองก็มีฝันแต่ก็ยังไม่ได้ลงมือทำให้สำเร็จอย่างใจเหมือนกัน

ฝันหนึ่งในนั้นของตัวเองก็คือทำเว็บนี้ให้ คนเข้าเยอะๆ นั้นเอง สงสัยคงอีกหลายยกทีเดียว  ^ o ^

ถือว่าเป็นรีวิวกึ่งสำเร็จรูปแล้วกันนะครับ

คงต้องให้คุณๆช่วยไปเติมน้ำร้อน ปิดฝารอ 3 นาทีก่อนนะ  และ...

หวังว่า เปิดฝาครั้งต่อไปคุณๆคงเจอ "อะไร" ที่กำลังค้นอยู่นะครับ

และถ้าเจอแล้ว ต้องรีบหน่อยนะก่อนจะหายร้อนและอืดจนกินไม่ได้นะ (^_^)


แผนที่จาก handneramitr  กดที่รูปดูขยายนะครับเข้าไปดูรายละเอียดเรื่องราวทั้งหมดได้ที่นี้  http://handneramitr.multiply.com/

รูปเล็กภาพไม่ชัด ใครไปแล้วไม่เจอโทรไปต่อว่าเจ้าตัวได้เลยที่เบอร์นี้นะครับ 0 8 1 - 3 0 8 - 0 0 3 0 และ ถ้ามีโอกาสได้แวะไปคนชื่อ " ก้อง" จะยิ้มทักทายคุณ ครับ


				2010-08-25 09:57:57 ,แสดงไปแล้ว 		
		
		ครั้ง		
	

ไม่ได้เขียนถึงร้านอาหารมาพักใหญ่ครับ วันนี้เลยหยิบ ร้านอาหารน่ารักบรรยากาศสุดยอดแห่งนึงของกรุงเทพฯ มาเล่าให้คุณๆได้อ่านกัน
 ร้าน "Amorosa" เป็นบาร์เล็กๆอยู่บนชั้นดาดฟ้าเป็นส่วนนึงของร้านอาหารและที่ พัก "The Deck ฺby The River"
ร้านนี้แทรกตัวอยู่แถวๆท่าเตียน กับบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีวิววัดอรุณฯอยู่ตรงหน้า
เหมาะที่จะพาคนรู้ใจไปนั่งจ้องตากันอย่างมาก

ผมมีโอกาสไปด้วยความบังเอิญ ประทับใจจริงๆ ทีแรกตั้งใจจะไปถ่ายภาพวัดอรุณแต่หามุมที่จะไม่บังวิว สุดท้ายจนเจอร้านนี้ เจอแล้วเหมือนพบรัก

เพราะทีนี้อร่อยทั้งวิวอร่อยทั้งอาหารกันเลยครับ ด้วยความหิวและไปถึงใกล้เย็นมากไมไ่ด้ถ่ายอาหารมาเลยครับเก็บแต่วิวมายั่ว กันลองชมกันเลยดีกว่านะภาพไม่เยอะนักแต่พอจะเล่ากันได้ อัลบั้มที่ 74 ชมได้ที่นี้ครับ รูปไม่เยอะนักเพราะไม่ได้ใช้ขาตั้งกล้อง ภาพ noise กระจายเชียว http://blog.one22.com/pics/eating/amosora
ผมไปถึงก็เย็นแล้วครับ ที่ The Deck ตัว Amorosa จะอยู่ชั้น 3 ดาดฟ้า
ขึ้นไปก็พบกับวิวงามๆของ "วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร" ยามเ็ย็น
ภาพเรือหางยาววิ่งผ่านได้ความเป็นไทยๆที่ฝรั่งต้องบินข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อ มาชมกันถึงที่

เราขึ้นมากสั่งเครื่องดื่มกันนิดหน่อยจริงๆเจตนาผมอยากเก็บภาพวิวงามๆยามเย็นของวัดอรุณฯด้วย แต่ทางร้านไม่อนุญาติให้ใช้ขาตั้งครับ เพราะเคยมีคนที่มาก่อนหน้าคงจะวางขาตั้ง ไปรบกวนแขกเข้า ....ตั้งแต่นั้นเลยไม่อยากให้เกิดปัญหาอีก ผมไม่ติดใดๆเลยเพราะเข้าใจความรู้สึกของแขกทุกคนดี....ใจเค้าใจเราครับ

ผมเลือกปรับ iso สูงหน่อยภาพจึง noise กันบ้าง
หลังหามุมดีๆวิวงามได้โต๊ะนี้จึงเป็นที่หย่อนกาย กับเครื่องดื่มเย็นๆซักหน่อย
ผมและคนข้างๆก็พร้อมรับลมชมบรรยากาศตรงหน้าจนเก็บภาพลืม noise ไปเลย
 

นั่งไม่นาน วิวงามๆยามค่ำคืนก็มาเยือน ไฟจากพระปรางค์จึงเปิดสว่างไสว
ส่องให้ภาพพระปรางค์วัดอรุณตรงหน้างามจริงๆ.... มิน่า... ฝรั่งเค้าจึงมานั่งอยู่เต็มร้านทีเดียวเชียวล่ะ

 
มุมอื่นๆในร้านผมไม่อยากรบกวนแขกครับเลยไม่ได้เก็บภาพภายในซักเท่าไหร่
เกรงใจครับแต่ละคน
แต่ละคู่ต่างก็มีเวลาของของตัวเอง...เช่นเดียวกัน

ผมเองก็นั่งคุยสลับกับถ่ายภาพเป็นระยะ และตั้งใจว่ามาหนหน้าจะลงไปชิมอาหารน่าทานที่ The Deck ชั้นล่างดูบ้าง
เห็นรีวิวร้านคนไปมาชมกันทั้งนั้น


1ตะเกียง 1มุม กับ2 คนรู้ใจสถานที่ดีๆแสนโรแมนติก ที่ใครมาก็คงประัทับใจได้ไม่ยาก

 
หลายคู่.... หลายคน....


เพื่อนสนิทมิตรสหาย ทุกๆคนที่มาก็ดูน่ารักดีจริงเชียว
แอบเก็บภาพด้านหลังเค้ามา...อย่าว่ากันนะครับผมพยายามหลบสุดๆแล้วจ้า

 
ต้องขอจบด้วยมุมซ้ำๆอีกรูปกับพระปรางค์อันเป็นสมบัติของชาติไทยที่แสนงามเหลือเกินจริงๆ

 
บอกตามตรงชอบที่นี่ครับ.... ถ้าศุกร์นี้คุณไม่ติด drink แบบมันสุดใจที่ไหน อยากได้มุมเงียบๆดนตรี Jazz สลับกับบัลลาด พริ้วๆสบายๆ จะมานั่งกับเพื่อนสนิท แฟนหรือ ถ้าคุณผู้ชายที่อยากได้มุมซึ้งๆ กับคู่ของคุณแนะนำที่นี้เลยครับ

 
สำหรับใครที่สงสัยเส้นทางไปไม่ยากเลย ร้านอยู่ตรงท่าเตียน ครับ อยู่ในซ.ประตูนกยูง
ถ้าขับรถมาจากท่าพระจันทร์วิ่งตามทางเรียบริมแม่น้ำมาจนถึงแยกวัดโพธิ์ร้าน
จะอยู่ตรงบริเวณสามแยกแล้วเดินข้ามถนนมาครับไปสุดซอยจนเจออยู่ขวามือ

ดูภาพจาก แผนที่ของทาง Arun Residence ได้เลยครับ http://www.arunresidence.com เป็นที่พักบรรยากาศดีริมแม่น้ำเจ้าของเดียวกัน

รีวิวนี้อาจจะแปลกๆหน่อยนะครับเพราะแนะนำร้านอาหารที่ไม่มีอาหารใดๆให้ชมที่ต้องขออภัยจริงๆ

คงไว้แต่อาหารสายตาที่อยากชวนคุณๆไปสัมผัสด้วยตัวเองนะครับ หวังว่าคงพอถูไถกันได้แทนอาหารทางกายที่หาเติมเต็มได้ที่นี้เช่นกันครับ ลากันก่อนนะครับก่อนจะพาไปเที่ยวยาวๆอีกหน ไม่นานเกินไปได้เจอกันครับ

				2010-02-23 14:41:32 ,แสดงไปแล้ว 		
		
		ครั้ง		
	
header_china_newyear
สวัสดีครับ เมื่อวันที่ 14 กพ.ที่ผ่านมาเป็นวันพิเศษของใครหลายๆคน เป็นทั้งวันวาเลนไทน์และวันตรุษจีนพร้อมๆกันหลายๆคนน่าจะมีโอกาสไปฉลองกันมา แน่ๆและัรับอั่งเป่า กันทั่วหน้า (เว้นเราที่เป็นฝ่ายแจกมานานแล้ว ) ทั้งแบบครอบครัวและเป็นคู่ๆ ผมเองตอนเย็นวันนั้นมีโอกาสพากันไปเที่ยวงานตรุษจีนเยาวราชมาเหมือนกันครับ เป็น ครั้งแรกของเราที่มีโอกาสได้เดินชมงานนี้หลังจากดูแต่ในทีวีมาตลอด เลยเก็บภาพมาฝากกัน ดูภาพทั้งหมดได้เช่นเคยสำหรับคนขี้เกียจอ่าน เชิญที่นี้นะครับ http://blog.one22.com/pics/one-day-trips/china_newyear2010 ใคร เข้ามาเม็นท์ขอให้รวยๆขอให้เฮงๆรับเงินรับทองรวยๆๆๆ ตลอดปีจ้า
เย็นๆวันที่14กพที่ผ่านมา หลังจากจัดแจงงานต่างๆเสร็จแล้ว ตามประเพณีคนจีนเค้าว่าไว้ว่าวันเที่ยวห้ามทำงานไม่งั้นจะต้องทำงานกันตลอด ปี
เราจึงไม่ทำอะไรกันเลย(จริงๆ)วางแผนเที่ยวกันแต่เช้าหลังจากแวะไปทำธุระเล็กน้อยตกเย็นจึงขอแวะมาเที่ยวงานฉลองตรุษจีนทีเยาวราชกัน เริ่มกันที่แวะไหว้พระเอาฤกษ์เอาชัยกันหน่อย ที่วัดมังกรกมลาวาสครับ

วันนี้ที่วัดคึกคักเป็นพิเศษทีแรกเข้าใจว่าคนน่าจะแน่นมากๆแน่ ไปถึงประมาณ 5โมงเศษๆได้ ไม่เยอะอย่างที่คิดเดินฝ่าควันธูปเข้าไปได้สบายๆ
 
คนใส่ชุดแดงกันเยอะเป็นพิเศษมองไปด้านไหนก็แดงไปหมด เลยทีเดียว
 
ที่วัดจัดการได้ดีมากทีเดียว จัดระบบคนเข้าออกไว้ดีไม่แน่นเบียดกัน มีคนคอยบอกทางจัดลำดับนับเป็นเรื่องที่ดีสำหรับคนที่เข้ามาเพื่อทำบุญกัน
เข้ามาด้านในมีคนเข้ามาไหว้พระขอพรกันเยอะทีเดียว ***บางจุดทางวัด ห้ามถ่ายภาพต้องดูป้ายกันดีๆนะครับ จุดนี้ถ่ายได้ครับ
 
หลังกราบพระขอพรกันจนอิ่มอกอิ่มใจแล้วผมเลยเก็บ ภาพรอบๆวัดมาฝากสำหรับคนที่ไม่ได้ไปกัน
 
วัดวันนี้สวยงามด้วยโคมไฟสีแดงที่ตกแต่งเยอะเป็น พิเศษ เรียงกันเป็นแถวเป็นแนวเลย
 
อีกมุม...
 
ถ่ายกันเพลินจริงๆโคมไฟยิ่งใกล้ค่ำยิ่งเด่นสะดุดตา นักท่องเที่ยวที่มาต่างเก็บภาพกันทุกคน...

เก็บภาพเสร็จก็ได้เวลาเที่ยวอย่างที่ตั้งใจไว้แล้ว ล่ะ ป่ะ ไปเดินเที่ยวงานกัน
 
เดินมาจนถึงประตูของประดับตกแต่งเข้ากับเทศกาลทุกอย่างเลย

ออกมาเลยเก็บภาพหน้าวัดก่อนเดินต่อครับ
 
ของขายก็มี
 
ฟ้าก็เริ่มใกล้ค่ำแล้วรีบเดินไปกันดีกว่า

 
เดินข้ามถนนสู่เป้าหมายสำคัญ ถนนฝั่งย่านร้านทองเค้าปิดต้องเดินข้ามสี่แยกกันหน่อยครับ
 
หลบมุมพ้นซอยเข้ามาก็ต้องตกใจคึกคักกันตั้งแต่ตรง นี้กันเลยครับมาเยาวราขไม่มาชิมนี้ถือว่าผิดมากๆเลยยิ่งวันนี้ด้วยคนเยอะเป็นพิเศษ ของขายกันแน่น สองข้างทาง ร้านข้าวต้ม 2ร้านเรียกลูกค้ากันน่าดูครับ

คนเยอะอย่างที่คาดไว้แต่แปลกที่วันนี้ลมเย็นๆพัดมา ตลอดไม่ร้อนเท่าไหร่

 
ร้านทองวันนี้เปิดจนถึงดึกเลยให้ลูกค้าเข้ามาจับจ่าย กันคึกคัก

 
โอกาสเดียวในรอบปีที่ร้านทองจะเปิดต้อนรับคนได้ขนาดนี้
 
ผมเดินมาเรื่อยๆจนมาหยุดถ่ายภาพตรงร้านเกาลัดอีกร้าน นึง สังเกตุไปที่ที่รองเวลาตักของแก เก๋ใช่เล่นเลยครับ

ไม่นึกว่าจะเอามาประยุกต์ทำแบบนี้ได้ด้วยสำหรับฝาหน้าพัดลม

 
ที่ถนนเยาวราชวันนี้ใครที่ได้ดูทีวีกันคงเห็นว่า สมเด็จพระเทพฯ ท่านเสด็จมาเปิดงาน กำลังตำรวจเลยเยอะเป็นพิเศษ
กั้นตรงกลางไว้เผื่อพระองค์จะเสด็จพระราชดำเินิน มีประชาชนมารอเข้าเฝ้าตลอดสองฝั่งถนนเยอะพอสมควรทีเดียว

 
"เถิบออกไปอีกนิดครับ" เสียงคุณตำรวจร้องบอกให้ขยับถอยไปอีกเพื่อกันคนเข้ามาตรงกลาง

 
มองไปทางไหนก็มีแต่คนที่มาเที่ยวงานทั้งนั้นเลย
 
หลังจากเก็บภาพได้พักนึงผมก็เดินถอยออกมาหาอะไร ทานซักทีครับ สุดท้ายเลยย้อนกลับเข้าไปซอยที่เราเดิินทะลุมาและเล็งร้านไว้แล้ว ได้
โต๊ะก็ไม่รอช้าสั่งมาทานกัน อย่างละหนึ่งครับ หอยทอดกระทะร้อนและก๋วยเตี๊ยวคั่วไก่ กะทะร้อนทั้งคู่ ...ยืนยันว่าร้อนสุดๆเลยทีเีดียว ที่สำคัญอร่อยสมกับเป็นแหล่งรวมที่กินสุดยอดทีนึงของกรุงเทพฯทีเดียว
อิ่มกันดีผมเลยเดินอ้อมออกมา อีกด้านเห็นคนเยอะอีกเช่นกันแต่มุมด้านนี้ใกล้ๆกับตรงใจกลางงานแล้วครับ ของกินมีขายตลอดแนวเยอะมากๆด้วย
 
ผ่านร้านข้าวต้มดังของแถวนี้คนแน่นเหมือนตอนเดินผ่าน ครั้งแรก
 
ของกินเพียบจริงๆ
 
ของขายที่ระลึกของเทศกาลก็เยอะ น้องๆกลุ่มนี้ยิ้มแย้มดีทีเดียว
 
...น่าซื้ิอเหมือนกันนะเนี่ย
 
เดินกันจนถึงใกล้งานแล้ว..คนเริ่มแน่นขึ้นเรื่อยๆ
 
ป้ายไฟสีแจ่มจริงๆครับเวลาต้องแสงไฟในความมืด
 
เข้าสู่กลางงานแล้ว
 
แดงไปทั่วฟ้าเลยคนก็แน่นกว่าทุกจุดทีเดียว
 
ประดับประดาไปด้วยโคมไฟเต็มไปหมดเลย คนก็เก็บภาพถ่ายรูปกันเยอะเลย
 
ผมเดินต่อไปได้อีกนิดหน่อยก็ต้องถอยออกแล้วคนเยอะจริงๆ พอดีเหลือบไปเห็นซุ้มขายของทานประจำเทศกาลแบบนี้
 
ทีแรกก็ว่าจะซื้อแต่รอคิวไม่ไหวเลยต้องจำใจออกมาครับ
 
เดินหลบออกมาแล้วครับสู้คนไม่ไหวหนีออกมาด้านข้างเจอคณะมังกรกำลังเชิดพอดีมีคนสนุกสนานเต้นด้วยเด็กๆชอบกันใหญ่เลย
 
มังกรมาทักทายเล่นกับกล้องน่าดู
 
เดินเลี้ยวออกมาอีกทางเจอข้าวต้มน่าทานจริงๆ เสียดายเราอิ่มกันแล้วเลยไม่ได้แวะใครไปใครมาอย่าลืมแวะมาทานนะครับ อยู่ติดกันกับร้านลอดช่องสิงคโปร์ชื่อดังแห่งแรกของไทยเลย
แน่นเชียวล่ะ เลยไมไ่ด้แวะซื้อเห็นคิวยาวและเริ่มร้อนกันจริงๆแล้วครับ
 
ไม่เชื่อดูคิวครับแต่ก็การันตีความเป็นเจ้าแรกของประเทศด้วยน่ะ
 
และถ้ามาถึง3แยกแล้วไม่แวะชิมน้ำเต้าทองซังโฮ่วโล้ วเลี่ยงเต๊ ร้านชื่อดังก็มาไม่ถึงสิครับ ผมเองฟังโฆษณาร้านนี้ตามคลื่นวิทยุมาตั้งแต่เด็กผ่านมาก็หลายๆหนพึ่งมีโอกาส ได้แวะก็หนนี้ล่ะครับ
จากนี้เราทั้งคู่ก็เดินแยกออกมากลับแล้วครับ งานนี้สนุกดีครับคนเยอะมากแต่ก็ทำให้เยาวราชคึกคักเป็นพิเศษ ใครที่พลาดไปไม่เป็นไรปีหน้าว่ากันใหม่แต่จริงๆแล้วเยาวราชถึงจะไม่มีเทศกาล ใดๆก็เป็นที่ๆน่าไปแวะชิมอาหารเลิศรสที่หลากหลายมากมายอยู่แล้วล่ะครับ หน นี้เป็นรีวิวพิเศษเผื่อใครไม่มีโอกาสได้ไปเอาว่ามาเที่ยวกับผมแทน หนหน้าจะกลับสู่รีวิวเมืองน่านต่อแล้ว (ยังไม่จบนะครับอย่าพึ่งหายไปไหนกันนะ) สุขสันต์รับเทศกาลตรุษจีนครับ ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้ อั่งเปาตั้วๆ ไกดซินนี้ ตั่วถั่ง ….. เฮงๆๆๆๆ ร่ำรวย ๆ ๆๆๆ ยิ่งๆขื้นไป …. มั่งมีศรีสุขเงินทองไหลมาเทมา …. ตลอดปีจ้า